รวม 3 กลยุทธ์บริหารทุนเทรด Binary Option แบบฉบับมืออาชีพ 

Thaibinaryoption.com ย่อให้

  • กลยุทธ์บริหารทุนเทรด Binary Option:
    • เดินเงินเสมอ: เป็นกลยุทธ์ที่ขนาดไม้เทรดเท่ากันทุกออเดอร์ เหมาะกับเทรดเดอร์ทุกกลุ่ม
    • Martingale: มี 2 กลยุทธ์ ได้แก่ Losing Martingale ปรับขนาดไม้ขึ้นเมื่อแพ้ให้ทุนคืนและกำไรในไม้เดียว, Winning Martingale ปรับขนาดไม้ขึ้นเมื่อชนะ เหมาะกับเทรดเดอร์ทุนหนา
    • เดินเงินเป็นเปอร์เซ็นต์: ปรับขนาดไม้ทุกออเดอร์ตามปริมาณเงินทุนที่เพิ่มหรือลดลง เหมาะกับเทรดเดอร์สายปั้นพอร์ต
  • เคล็ดลับในการเทรด: Winrate สำคัญที่สุด ไม่ควรน้อยกว่า 60%, ต้องมีจุด Stop Loss และมือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยกลยุทธ์บริหารทุนเทรดแบบเดินเงินเสมอ หรือเดินเงินเป็นเปอร์เซ็นต์ 

3 กลยุทธ์บริหารทุนเทรดยอดนิยม

3 กลยุทธ์บริหารทุนเทรดยอดนิยม ประกอบด้วย เดินเงินเสมอที่ขนาดไม้เท่ากันทุกออเดอร์, Martingale ปรับขนาดเมื่อเทรดแพ้หรือชนะ และเดินเงินเป็นเปอร์เซ็นต์ที่จะปรับขนาดออเดอรฺตามเงินทุน

1. เดินเงินเสมอ: เทรดด้วยขนาดไม้เท่าเดิม

  • เงินทุน : กำหนดเงินทุน $1,000 
  • ความเสี่ยง : กำหนดขนาดความเสี่ยง 2%
  • ขนาดไม้ต่อออเดอร์ : ขนาดไม้ต่อออเดอร์ $1,000X0.02 เท่ากับ $20
  • ขนาดไม้ในออเดอร์ถัดไป: $20
  • การปรับขนาดไม้ : ใช้ขนาดไม้เท่ากันทุกออเดอร์ไม่ว่าแพ้หรือชนะ
  • Winrate ทำกำไร : ไม่ต่ำกว่า 60%  

2. เดินเงินแบบ Martingale: ปรับขนาดไม้เมื่อเทรดชนะหรือแพ้

  • เป็นกลยุทธ์การเดินเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด กลยุทธ์ที่นิยมจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบด้วยกัน 
  • Losing Martingale: มีการปรับขนาดไม้เมื่อเทรดเสีย 
    • เงินทุน : กำหนดเงินทุน $1,000 
    • ความเสี่ยง : กำหนดขนาดความเสี่ยง 2%
    • ขนาดไม้ต่อออเดอร์ : ขนาดไม้ต่อออเดอร์ $1,000X0.02 เท่ากับ $20
    • ขนาดไม้ในออเดอร์ถัดไป: หากเทรดได้ลงเท่าเดิม $20 เทรดเสียเป็น $40
    • การปรับขนาดไม้ : หากเทรดเสียจะมีการปรับขนาดไม้เพิ่มขึ้น 2 เท่าหรือมากกว่า
    • Winrate ทำกำไร : แค่เพียงชนะไม้เดียวก็ได้ทั้งทุนและกำไร
  • Winning Martingale: มีการปรับขนาดไม้เพิ่มขึ้นเมื่อเทรดชนะ 
    • เงินทุน : กำหนดเงินทุน $1,000 
    • ความเสี่ยง : กำหนดขนาดความเสี่ยง 2%
    • ขนาดไม้ต่อออเดอร์ : ขนาดไม้ต่อออเดอร์ $1,000X0.02 เท่ากับ $20
    • ขนาดไม้ในออเดอร์ถัดไป: หากเทรดชนะขนาดออเดอร์เพิ่มเป็น $20+กำไรออเดอร์ก่อนหน้า แต่ถ้าเทรดเสียลงเท่าเดิม $20
    • การปรับขนาดไม้ : หากเทรดชนะจะมีการปรับขนาดไม้เพิ่มขึ้นด้วยขนาดไม้เดิมบวกกับกำไรของออเดอร์ก่อนหน้า
    • Winrate ทำกำไร : ไม่ต่ำกว่า 50%

3. เดินเงินเป็นเปอร์เซ็นต์: ขนาดไม้เปลี่ยนทุกออเดอร์ ความเสี่ยงเท่าเดิม

    • เงินทุน : กำหนดเงินทุน $1,000 
    • ความเสี่ยง : กำหนดขนาดความเสี่ยง 2%
    • ขนาดไม้ต่อออเดอร์ : ขนาดไม้ต่อออเดอร์ $1,000X0.02 เท่ากับ $20
    • ขนาดไม้ในออเดอร์ถัดไป: หากกำไรเงินทุนจะเพิ่มเป็น $1,017 ขนาดไม้ออเดอร์ถัดไปเป็น $20.34, หากเสียเงินทุนจะลดเป็น $980 ขนาดไม้ออเดอร์ถัดไปเป็น $19.60
    • การปรับขนาดไม้ : ใช้ขนาดไม้เป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินทุนที่ได้กำไรหรือขาดทุนจากไม้ก่อนหน้า
    • Winrate : ไม่ต่ำกว่า 50% 

ตัวอย่างกลยุทธ์บริหารทุนเทรด Binary Option

ตัวอย่าง กลยุทธ์บริหารทุนแบบเดินเงินเสมอ

ตัวอย่างกลยุทธ์บริหารทุนแบบเดินเงินเสมอ จะพบว่าขนาดไม้ทุกออเดอร์เท่ากันไม่ว่าจะเทรดชนะหรือเทรดชนะ และ Winrate ต้องมากกว่าเท่ากับ 60% จึงจะได้กำไรแต่ถ้า Winrate ต่ำกว่า 60% จะขาดทุน สังเกตได้การเทรดไม้สุดท้ายในตารางหากแพ้จะติดลบเพิ่มเป็น -25.60 ดอลลาร์แต่ในตารางผลคือชนะทำให้ได้กำไร 11.60 ดอลลาร์

ตัวอย่าง กลยุทธ์บริหารทุนแบบ Losing Martingale

ตัวอย่างกลยุทธ์บริหารทุนแบบ Losing Martingale จะพบว่าขนาดไม้จะถูกปรับเพิ่มขึ้น 2.5 เท่าหลังจากเทรดแพ้ Winrate แค่เพียงชนะครั้งเดียวได้ทั้งทุนคืนและกำไร สังเกตได้จากออเดอร์ที่ 3 และ 4 ที่มีการปรับขนาดไม้เพิ่มขึ้น 2.5 เท่าของออเดอร์ก่อนหน้า และได้ทุนพร้อมกำไรเมื่อชนะเทรดในออเดอร์ที่ 4 

ตัวอย่าง กลยุทธ์บริหารทุนแบบ Winning Martingale

ตัวอย่างกลยุทธ์บริหารทุนแบบ Winning Martingale จะพบว่าขนาดไม้จะถูกปรับเพิ่มขึ้นด้วยผลรวมของขนาดไม้เดิมกับกำไรที่เทรดชนะในออเดอร์ก่อนหน้า หากชนะ 2 ไม้ติดกันจะได้กำไรมากกว่าการเทรดแบบเดินเงินเสมอถึง $15.50 Winrate 50% ขึ้นไปแบบ 2 ไม้ติดก็ถือว่ากำไรอยู่ แต่ไม่แนะนำให้เทรดแพ้ 3 ไม้ติดเพราะว่ากำไรที่ได้กลับมาไม่คุ้มค่า    

ตัวอย่าง กลยุทธ์บริหารทุนแบบเดินเงินเป็นเปอร์เซ็นต์

ตัวอย่างกลยุทธ์บริหารทุนแบบเดินเงินเป็นเปอร์เซ็นต์ จะพบว่ามีการปรับขนาดไม้ทุกออเดอร์ตามเงินทุนที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงคงที่ทำให้พอร์ตเติบโตอย่างมั่นคง และหากเทรดเสียก็ไม่กระทบต่อเงินทุนมาก 

ข้อดีข้อควรระวัง

ตารางเปรียบเทียบ ข้อดีข้อควรระวังของการใช้กลยุทธ์บริหารทุนเทรดในแต่ละแบบ

กลยุทธ์บริหารทุน ข้อดี ข้อควรระวัง
การเดินเงินเสมอ 1. ปลอดภัยเหมาะกับเทรดทุกระดับ 1. อัตราผลตอบแทนต่อไม้น้อยกว่า 100
2. ไม่มีความเครียด ความเสี่ยงต่ำ 2. หากเทรดแพ้ 1 ไม้ต้องแก้ด้วยการเทรดชนะติดกัน 2 ไม้
Losing Martingale 1. ได้ทุนคืนและกำไรรวดเร็ว 1. ความเครียดสูง
2. ได้กำไรทันทีเพียงแค่ชนะไม้เดียว 2. ความเสี่ยงสูง หากแพ้ต่อเนื่อง
3. กำไรไม่คุ้มหากแพ้หลายไม้ติดกัน ควรกำหนดจุด Stop Loss เพื่อป้องกันทุนหาย
4. การ Stop Loss ที่ได้ยากหากเทรดแพ้ติดต่อกัน
Winning Martingale 1. จำกัดการสูญเสียได้ดีกว่า 1. มีความเสี่ยงสูงหากไม่ชนะติดกัน
2. ลดจำนวนออเดอร์เทรด เพราะว่าทำกำไรเพิ่มขึ้นรวดเร็ว 2. มีความยากเพราะว่าต้องเทรดให้ชนะติดต่อกัน
3. Winrate ไม่สูงมาก 50% ก็ทำกำไรได้ 3. ต้องกำหนดจุด Stop Loss 
เดินเงินเป็นเปอร์เซ็นต์ 1. อัตราทุนค่อยๆ เติบโตหากเทรดชนะต่อเนื่อง โดยที่ความเสี่ยงเท่าเดิม 1. ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการปั้นพอร์ต
2. เมื่อเทรดแพ้การสูญทุนจะช้ากว่าเดินเงินเสมอ 
3. โอกาสล้างพอร์ตค่อนข้างยาก

กลยุทธ์บริหารทุนเทรดแบบไหน เหมาะกับใคร

  • กลยุทธ์บริหารทุนแบบเดินเงินเสมอ: เหมาะกับเทรดเดอร์ทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ หรือคนที่ต้องการโฟกัสเรื่อง Winrate เท่านั้น
  • กลยุทธ์บริหารทุนแบบ Losing Martingale : เหมาะกับเทรดเดอร์มืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญสูง และมีทุนหนา เพราะสามารถเทรดชนะได้ภายในออเดอร์เดียว ไม่เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่เพราะเทรดแพ้ติดกันหลายออเดอร์อาจจะขาดทุนหลักหลายร้อยดอลลาร์
  • กลยุทธ์บริหารทุนแบบ Winning Martingale : เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ยอมรับความเสี่ยงได้ 
  • กลยุทธ์บริหารทุนแบบเดินเงินเป็นเปอร์เซ็นต์ : เหมาะกับเทรดเดอร์ทุกระดับที่ต้องการปั้นพอร์ต

เคล็ดลับในการเทรด

  • สิ่งควรคำนึงถึงมากที่สุดในการเทรด Binary Option คือ การควบคุม Winrate ให้มากกว่าเท่ากับ 60% ต่อวัน 
  • ควรมีจุด Stop Loss ในการเทรด เช่น เทรดแพ้ 3 ไม้ติดควรหยุด หรือเทรดชนะ 3 ไม้ติดควรหยุด เพื่อไม่ให้ใจโลภมากเกินไป
  • ควรจำกัดจำนวนไม้ที่เทรดต่อวัน เพื่อป้องกันการ Overtrade ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตและเงินทุน 
  • เลือกกลยุทธ์บริหารทุนเทรดให้เหมาะกับตนเอง มือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยกลยุทธ์บริหารทุนเทรดแบบเดินเงินเสมอ เพราะว่าปลอดภัยและมีความเครียดน้อย 

ข้อสรุป

กลยุทธ์บริหารทุนเทรดที่ปลอดภัย คือ กลยุทธ์บริหารทุนเทรดแบบเดินเงินเสมอ เหมาะกับมือใหม่ สายปั้นพอร์ต แนะนำกลยุทธ์บริหารทุนเทรดแบบเดินเงินเป็นเปอร์เซ็นต์ ส่วนกลยุทธ์บริหารทุนเทรดแบบ Martingale เหมาะกับเทรดเดอร์มืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในการเทรด เพราะว่ามีความเสี่ยงสูง    

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *